ย้อนกลับ

ปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อสาหร่าย คือ แสงสว่าง การไหลของกระแสน้ำ อุณหภูมิ สารอาหาร และ คู่แข่งการเจริญเติบโต (รวมถึงสาหร่ายต่างพันธุ์ และผู้ล่ากินสาหร่ายเช่น ปลา ) เราจะมาดูถึงความสำคัญของแต่ละปัจจัยกัน


แสงสว่าง

เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง สังเกตได้ว่าแนวปะการังจะได้รับความเข้มของแสงค่อนข้างสูง ทำให้ปะการังที่เลี้ยงต้องการแสงสว่างมากตามกันไปด้วย แสงจำเป็นต่อสาหร่ายมาก ไม่เพียงแต่ปริมาณ แต่ทั้งสี และระยะเวลาที่ได้รับแสง มีผลต่อปริมาณและชนิดของสาหร่ายที่เกิดขึ้น การใช้หลอดฟลูออเรสเซนส์ ไม่ทำให้เกิดปริมาณแสงที่มากไปในสภาวะแวดล้อมของตู้ปลาทะเล การให้แสง 12-16 ชั่วโมงต่อวันนับเป็นการดี และถ้ามีหลาย ๆ หลอด เป็นการดีที่จะมีการเปิด และ ปิด แต่ละหลอดในเวลาที่ต่างๆ กัน เป็นการเลียนแบบ การขึ้น และ ตกลงของดวงอาทิตย์ และการให้แสงจำเพาะต่อชนิดของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในตู้ก็เป็นการสำคัญ ซึ่งควรจะได้ศึกษาต่อไป

ปริมาณสารอาหาร ( Nutrient )

ก็เป็นปัจจัยสำคัญอีกอันหนึ่ง ที่มีผลกระทบต่อประชากรสาหร่าย สาหร่ายเส้นผม ( hair algae ) และ สาหร่ายเมือก ( slime algae ) จะเติบโตเร็วมากเป็นผลจากมีธาตุอาหาร คือ ไนเตรต และ ฟอตเฟต เป็นปริมาณมาก ในแนวปะการังมีปริมาณอาหารต่ำ ซึ่งเป็นไปร่วมกับการที่มีสัตว์กินพืชอยู่เป็นจำนวนมากในแนวปะการัง ทำให้มีปริมาณสาหร่ายน้อยในแนวปะการัง สาหร่ายขนาดใหญ่บางชนิด ต้องการเหล็ก ( iron ) และ ธาตุอาหารรอง ( trace elements ) หลายชนิด เพื่อการเติบโตที่ดี ตู้ที่มีแสงน้อย ธาตุอาหารมาก และมีการไหลเวียนของน้ำต่ำ จะดูไม่สวยเนื่องมาจากมีสาหร่ายเส้นขน และ สาหร่ายเมือก เติบโต

การไหลเวียนของกระแสน้ำ ( flow )

มีผลในทางเดียวกันกับ ธาตุอาหาร กล่าวคือ ในที่มีการไหลเวียนของกระแสน้ำน้อย จะเกิดพื้นที่ที่มีการสะสมอาหารมาก และสาหร่ายจะเจริญเติบโต และใช้ คาร์บอนไดออกไซด์กับธาตุอาหาร อย่างรวดเร็ว ต่อจากนั้นจะหยุดขบวนการสังเคราะห์แสงและตายลง สาหร่ายขนาดใหญ่หลายชนิด ต้องการการไหลเวียนกระแสน้ำค่อยข้างมากเพื่อให้มีการไหลเวียนของธาตุอาหารมากพอ จึงพบว่ามันเติบโตอยู่ในน้ำที่มีการเคลื่อนที่ตลอด ถ้ามันไปเติบโตในที่ ๆ มีการไหลเวียนกระแสน้ำน้อยเมื่อไหร่ ก็จะถูก สาหร่ายเส้นผม ขึ้นมาบดบัง
อุณหภูมิ จะมีผลกระทบต่อสาหร่ายเมื่อมันมีการเปลี่ยนแปลงมาก ๆ จึงไม่ค่อยพบปัญหาในตู้ที่มีการควบคุมอุณหภูมิ

การกำจัดซากสารอินทรีย์ Exporting Detritus ส่วนประกอบของ detritus ( เป็นผงฝุ่นที่เกาะและจับอยู่ตามพื้นผิว หิน และซอกต่าง ๆ )

เป็นผลพวงจาก การหมักหมม และย่อยสลายของ หิน ขี้ปลา ซากพืช ซากสัตว์ และสารอินทรีย์อื่น ๆ การเกิด และ เพิ่มขึ้น ของ detritus และ ตะกอน เป็นปัญหาสำคัญของการดูแล ตู้ปลาทะเลและปะการัง มันเป็นเสมือนหัวเชื้อที่ทำให้เกิดการแตกตัวขยายพันธุ์เป็นอย่างมากของสาหร่าย ( เหตุผลง่าย ๆ คือมันประกอบไปด้วยฟอตเฟต และ สาหร่ายเติบโตดีถ้าได้ฟอตเฟต และถ้าเราไม่ได้ตรวจสอบนาน ๆ ก็จะพบปัญหานี้) แม้แต่ในน้ำสะอาด หรือน้ำดื่มเอง เราก็จะพบปัญหานี้ได้ในบางจุด แล้วเราจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไรกัน?? สิ่งเหล่านี้สามารถนำออกมาจากตู้ได้เป็นอย่างดีด้วย การกรองวิธีกายภาพ (mechanical filtration) เช่นการใช้ใยแก้ว หรือ ฟองน้ำ สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถถูกดูดซับได้ด้วยถ่านคาร์บอน และไม่ถูกย่อยสลายด้วยการกรองวิธีชีวภาพ ( biological filtration ) จำเป็นต้องนำมันออกมาด้วยตนเองโดยใช้ วัสดุการกรอง ( filter media ) ที่มีขนาดของตาห่างที่เล็กพอ ที่จะเก็บรวบรวมมันได้ วิธีการง่าย ๆ คือการใส่วัสดุกรองไว้ในช่องน้ำล้นที่กั้นกรอง และต้องการๆ เปลี่ยนอย่างต่ำ สัปดาห์ละครั้ง ถึง สองครั้ง ขึ้นกับปริมาณของการก่อตัวของตะกอนซากสารอินทรีย์ ถ้าลืมมัน ๆ อาจอุดตันและทำให้น้ำท่วมได้ วิธีการเอาออกมาล้างที่ดีคือการซัก เราอาจนำปั๊มน้ำมาเป่าก้อนหิน และ รอบ ๆ ตัวปะการัง ทุก 2-3 วันเพื่อให้ตะกอนได้หลุดออกมากับน้ำ เพื่อที่วัสดุกรอง จะได้กรองมันออกไป แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ตะกอนเหล่านี้จะหนัก และตกตะกอนนอนก้นในเวลาที่เร็วมาก ในที่ ๆ มีการไหลเวียนของน้ำต่ำจะเกิดปัญหาการสะสมขึ้นได้ วิธีการที่เราจะตู้ได้คือการเอาใยแก้วไปวางทิ้งไว้มุมใดมุมหนึ่ง ถ้ามีตะกอนติดอยู่มากแสดงว่ามีการเกิดของตะกอนมาก และควรได้รับการแก้ไข ไม่เช่นนั้นจะทำให้เกิด ภาวะเกินสมดุลของสารอินทรีย์ เป้าหมายของการจัดการดูแลปะการังในตู้ปลาคือ ไม่ให้มีภาวะเกินสมดุลของสารอินทรีย์นี้ (ถ้าให้มีสารอินทรีย์ในปริมาณต่ำจะเป็นการดีมาก ) วิธีการให้เกิดขึ้นคือการเปลี่ยนน้ำ ใช้โปรตีนสกิมเมอร์ และใช้วัสดุที่มีการจับรวบรวมตะกอนสารอินทรีย์ออกไปทิ้งได้ดี

 

ใช้ ปูเสฉวน ( Hermit Crab) แม้เราจะทราบว่า ปลาแท้งค์ จะเป็นสัตว์กินพืชที่ดีมาก แต่พบว่าพวกแท้งค์นี้จะมีความเฉพาะเจาะจงต่อ species หรือ ชนิดของสาหร่าย อีกวิธีหนึ่งที่น่าสนใจคือใช้ ปูเสฉวน พวก Blue-legged Hermit Crab เป็นปูเสฉวนที่ตัวเล็ก และค่อนข้างทน เป็นที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นพวกกินพืชที่เก่ง ขณะเดียวกันก็มีความสามารถในการทำความสะอาดในส่วนซอกลึก ๆ ในขณะเดียวกัน ข้อที่ดีกว่าปลาแท้งค์ คือ ไม่จำเป็นต้องให้อาหาร และ มีของเสียน้อยกว่าพวกแท้งค์มาก ในขณะที่ปูเสฉวนขาสีน้ำเงินพวกนี้กินสาหร่ายมากมาย พวกมันอาจกิน cyanobacteria และ dinoflagellates ได้ในบางกรณี และ ปูเสฉวนพันธุ์อื่นไม่พบว่าสามารถกินสาหร่ายได้ดีเท่าพันธุ์ขาสีน้ำเงินนี้ ในกรณีที่มีการเติบโตของสาหร่ายมาก ๆ อาจใช้ปูเสฉวนได้ถึง 1 ตัวต่อน้ำ 1 แกลลอน ได้ทีเดียว


เปลี่ยนน้ำบ่อย และใช้ protein skimmer เป็นวิธีการกำจัดฟอตเฟตที่ดีอีกวิธีหนึ่ง การเพิ่มขึ้นของ detritus ทำให้เกิดผลของการเพิ่มขึ้นของฟอตเฟตตามมา เป็นการยากที่จะตรวจสอบระดับฟอตเฟตในน้ำ เนื่องจากชุดน้ำยาตรวจสอบที่จำหน่ายอยู่ทั่วไปจะตรวจสอบแต่ inorganic phosphate ( ฟอตเฟตที่เป็นอนินทรีย์ ) แต่ตัวที่ทำให้เกิดปัญหาคือ ฟอตเฟตที่เป็นอินทรีย์ ( organic phosphate ) มากกว่า แต่การตรวจต้องอาศัยเครื่องมือและวิธีการที่ซับซ้อนมาก เมื่อดูโดยรวม ก็คือ ปัญหาที่มีสาหร่ายที่ไม่ต้องการเกิดขึ้น เป็นผลพวงมาจาก organic phosphate ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยทั่วไปอาจใช้วิธีการตรวจฟอตเฟตแบบ inorganic และคำนวนเอา ก็พอจะบ่งบอกได้ การเปลี่ยนน้ำ 25 % ทุกสัปดาห์ มีผลดีหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ร่วมกับการนำตะกอนสารอินทรีย์ออกจากระบบ และการเปลี่ยนน้ำก็ควรจะทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนปะการังช็อก แต่จากที่ติดตามดู การเปลี่ยนน้ำ 25 % ไม่มีผลในความเจ็บป่วยอย่างชัดเจน


ขัดออก ( Elbow Grease )

เป็นอีกวิธีที่ใช้ได้ผล คือนำแปรงขนาดเล็กมาขัดมันออก โดยแปรงไม่ควรจะปนเปื้อนสารเคมีหรือสบู่ที่จะทำอันตรายต่อปะการัง และเป็นวิธีการที่รวดเร็วเมื่อจำเป็นเพื่อความอยู่รอดของปะการัง ถ้าเป็นไปได้ควรดูดสิ่งที่ขัดออกไปในทันทีก่อนที่จะละลายลงกระแสน้ำ การหยุดปั๊มน้ำชั่วคราวขณะขัดเป็นวิธีที่จะช่วยได้ และควรล้างแปรงในน้ำจืดบ่อย ๆ เพื่อล้างสิ่งที่ขัดติดมาออกไปก่อนนำไปขัดใหม่


ลดจำนวนปลาลง

เมื่อปลามาก ก็มีความต้องการอาหารมาก ในระบบเล็ก ๆ ที่เราใช้มักไม่พอที่จะมีการผลิตอาหารเลี้ยง การให้อาหารปลาจึงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดฟอตเฟตเพิ่มขึ้น การลดปริมาณของปลาที่เลี้ยงไว้ จึงเป็นการลดฟอตเฟตในทำนองเดียวกัน


ใช้น้ำจืดที่เติมเป็นน้ำที่ผ่านกระบวนการบำบัดแบบ RO ( Reverse Osmosis )

หรือ Deionized ( กรองดักจับอนุภาคโดยเรซิน ) น้ำจากการประปา โดยปกติจะยังไม่ใช่น้ำที่เราต้องการจริง ๆ ในการเลี้ยงตู้ทะเล เนื่องจากมีส่วนประกอบของ organic phosphate และ โลหะหนัก รวมทั้งคลอรีน และแอมโมเนียด้วย ทำให้ไม่เหมาะสมที่จะนำมาเลี้ยงตู้ทะเลโดยไม่ผ่านการบำบัด
ลดเวลาของการให้แสงสว่าง สาหร่ายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ขึ้นกับแสงสว่างเหมือนปะการัง แสงน้อยลง ก็มีการเติบโตน้อยลง การลดแสงสว่าง 1-2 ชั่วโมงต่อวันเป็นเวลา 2-3 สัปดาห์สามารถทำได้โดยไม่มีผลกระทบต่อปะการังมากนัก

การใช้วิธีหนึ่งวิธีใดอย่างเดียว ไม่เพียงพอจะทำให้ปัญหาหมดไปได้ และโปรดจำไว้ว่าผลที่ดีจะเกิดขึ้นในระยะยาว ดังนั้น ห้ามท้อแท้ และ ดูแลอย่างสม่ำเสมอ ขอให้ประสบความสำเร็จในการดูแลตู้ปลาทะเลและปะการังของท่านทั้งหลายนะครับ

www.aqfarm.com

www.aqfarm.com

 
A

สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล

AQUARIUM FISH&ANIMAL

วิธีเลี้ยงปลาทะเล

INSTALLATION&SETUP

ผลิตภัณฑ

PRODUCT

บริการ

SERVICE

บทความน่าสนใจ

E-BOOK

รูปภาพ

PICTURE

ส่งออก

SHIPPING

แฟรนไชส์

FRANCHISE

ติดต่อเรา

CONTRACT US

 

สิ่งที่เกิดขึ้นในตู้ปลาทะเล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

COPYRIGHT (C) UNDER-SEA FARM (THAILAND) ALL RIGHT RESERVED
TEL : 08-6688-0707 e-mail : webmaster@aqfarm.com